วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

“ป้อง-จ๋า ยศสินี-มาร์กี้” ไม่เชื่อ “พี ปรเมศวร์” ทำปืนลั่น ประกาศจะไม่ยอมให้เรื่องเงียบ

“ป้อง-จ๋า ยศสินี-มาร์กี้” และเพื่อนดาราร่วมไว้อาลัย “นายนพปฎล อธิบาย” ที่วัดราชสิงขร เผยไม่เชื่อ “พี ปรเมศวร์” ทำปืนลั่น วอนตำรวจให้ความเป็นธรรม ประกาศจะรวมตัวกันทวงความยุติธรรมให้ผู้ตาย จะไม่มีทางปล่อยให้เรื่องเงียบหรือเบี่ยงประเด็นเด็ดขาด ถึงจะใหญ่มาจากไหนก็ต้องได้รับโทษ ก่อนยืนยันเป็นเสียงเดียวผู้ตายเป็นคนดีมาก





หลังจาก “นาตาลี เดวิส” นำทีมดารา อาทิ “บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” , “เปิ้ล ภารดี อยู่ผาสุก” , “เบนซ์ พรชิตา ณ สงขลา” ดาหน้าออกมาจวก “พี ปรเมศวร์ สิงห์โพธิ์” ดารานักแสดงช่อง 3 ที่ใช้ปืนยิง “นายนพปฎล อธิบาย” หุ้นส่วนร้าน MUSE ทองหล่อ กระสุนฝังในศีรษะและเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด พร้อมวิงวอนให้ตำรวจนำตัวคนผิดมาลงโทษ เพราะต่างก็เชื่อว่าไม่ใช่ปืนลั่นอย่างที่มีข่าวออกมา โดยเมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 มกราคม ที่ผ่านมา ครอบครัวได้นำศพของนายนพปฎล ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดราชสิงขร ย่านเจริญกรุง74 บรรยากาศในงานเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีเพื่อนฝูงจากในและนอกวงการเดินทางมาร่วมไว้อาลัยนายนพปฎล เป็นครั้งสุดท้ายอย่างหนาตา อาทิ ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์, เต๋า อดิศร อรรถกฤษณ์ หรือ “เต๋า ดราก้อนไฟว์” , โบ เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์, จ๋า ยศสินี ณ นคร ฯลฯ พร้อมเปิดใจเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เชื่อว่าปืนลั่น ยืนยันผู้ตายเป็นคนดีมาก และเป็นที่รักของครอบครัวและเพื่อนฝูง ก่อนประกาศจะไม่ยอมให้เรื่องเงียบ ไม่ว่าจะใหญ่มาจากไหนคนผิดต้องได้รับโทษ

“ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์”
“เป็นเพื่อนกันรู้จักกันอยู่แล้ว เพราะว่าเวลามีเพื่อนน้องๆ ไปเที่ยวพี่เอก็จะมาดูแลอยู่แล้ว พี่เขาก็จะไนซ์กับทุกคน แล้วผมเวลาไปเที่ยวก็จะไปเที่ยวที่เดียวนะ ไม่เคยไปที่อื่นเลย เพราะว่าไปก็เหมือนรู้สึกว่าเหมือนบ้านสบายๆ ครับ พี่เขาดูแลเทคแคร์ทุกคน แล้วพี่เอเขาเป็นคนที่สนุกสนานเฮฮาครับ แล้วก็ถึงจะเป็นคนยังไงก็ไม่ควรที่จะมาโดนแบบนี้ครับ มันโหดร้ายเกินไป ล็อคคอยิงอะไรแบบนี้มันอุกอาจเกิน”

“พอเราทราบข่าวเราก็เสียใจ เสียใจแทนคุณแม่ด้วย คุณแม่ก็อายุมากแล้ว พี่เอเป็นเสาหลักของบ้านก็เสียใจครับ ไม่รู้จะพูดยังไงครับ (ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเป็นปืนลั่น?) ครับ ก็ต้องพิสูจน์นะ เพราะว่าผมก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ผมก็พูดไม่ได้นะ แต่ก็หวังว่าจะมีความยุติธรรม แล้วก็ต้องรอตำรวจพิสูจน์ครับ ก็อยากจะบอกพี่เอว่าหลับให้สบาย พวกเราทุกคนคิดถึงไม่ลืมครับ”

“เต๋า อดิศร อรรถกฤษณ์” หรือ “เต๋า ดราก้อนไฟว์”
“ทราบข่าวจากการโพสต์ของแพง ชนิดา โทร.หาพี่มิค บรม แล้วทราบข้อมูลร้องไห้เลยครับ เพราะว่าพี่เขาเป็นคนดีที่น้องๆ หลายคนรู้จักจะรักพี่เอ เพราะว่าพี่เขาจะเทคแคร์เอาใจใส่ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงผู้ชายพี่เขาจะเฟรนด์ลี่มาก ใครอยู่ใกล้ก็มีความสุข เวลาใครอยู่ใกล้จะมีความสุขมาก และผมไปร้านเขาบ่อยมาก แล้วผมรู้จักพี่เขามาเป็น 10 ปีแล้วนะครับ มันนานมาก ทุกครั้งที่ไปคือพี่เขาเหมือนเดิมดูแลผมดีสุดๆ ผมไม่รู้นะ พี่เขาจะนิสัยอะไรยังไง แต่ว่ารู้อย่างเดียวว่าอยู่กับเราแล้วเราแฮปปี้มีความสุข พี่เขาไม่เคยมาทำให้คนอื่นเดือนร้อนเลย พี่เขาจะคอยสร้างความสุขให้กับคนอื่นๆ ครับ พี่เขาทำให้คนรอบข้างแฮปปี้ได้ครับ ไม่ว่าเขาจะรู้จักกับใคร คือพี่เอเขาจะรู้จักคนเยอะมาก และทุกคนเจอพี่เอจะมีแต่ความสุขแฮปปี้

“คืออยากรู้เลยว่าใครมาทำกับพี่เอได้ถึงขนาดนี้ คือจิตใจแบบโอ้ คือผมไม่รู้ว่าคือเขาสนิทกับพี่เอมากถึงขนาดไหน คือคนที่สนิทมากคือจะรู้เลยว่าพี่เอเป็นคนยังไง คือแค่อยากจะรู้ว่ามีสิทธิ์อะไรถึงได้มาตัดสินชีวิตของคนคนหนึ่งได้ครับ ผมก็อยากให้มันเป็นไปในตามกระบวนการและความยุติธรรม แต่คือเราไม่ได้รู้เรื่องราวโดยละเอียดว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ว่าก็อยากให้มันเป็นไปตามที่มันเกิดขึ้นมาจริงๆ คนผิดย่อมต้องถูกลงโทษ”

“บางกระแสบอกว่าปืนลั่น แต่ที่ผมฟังมาก็อีกแบบหนึ่ง อย่างที่ข่าวออกมาก็อีกแบบหนึ่ง ก็เลยไม่รู้ว่าข้อมูลจากผมมันจะทำให้อะไรยังไง แต่ความรู้สึก ผมเชื่อว่าไม่ได้เป็นแบบนั้น ก็อย่างที่ผมบอกว่าถ้าคนสนิทและรู้จักจะไม่ทำแบบนั้นได้ พี่เขาไม่น่าจะมีปากเสียงกับใครได้ เพราะว่าพี่เขาห้ามคนมาโดยตลอดอยู่แล้ว เวลาจะเกิดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ผมไม่เชื่อว่าปืนลั่น”

“ก็อยากบอกพี่เอว่าผมรู้สึกดีใจที่ได้รู้จักกับพี่เอนะครับ แล้วก็ขอบคุณพี่เอสำหรับทุกอย่าง อยากจะให้พี่เอพักผ่อนหลับให้สบายไว้เจอกันอีกคราวหน้า”

“จีน่า วิมลพรรณ ธีรกาญจนวัฒน์” เพื่อนสนิทนอกวงการ
“เสียใจมากๆ ค่ะ เสียใจจนไม่รู้จะบรรยายยังไง มันเหมือนดวงใจดวงหนึ่งของเราจะสลายไปด้วย เพราะว่าเขาคือเพื่อนที่ดีคือพี่ที่ดีมากที่สุดที่เรามี เพราะว่าเรารู้จักมาหลายปีมากแล้ว แล้วพี่เขาจะมีอะไรก็จะนึกถึงเรา เราจะนึกถึงเขา แล้วตอนนี้กรณีที่สื่ออกมาเขาบอกว่าปืนลั่น คือสำนวนคดีมันยังไม่ออก แล้วคุณมาบอกว่าปืนลั่น ถามว่าปืนลั่นได้ยังไง คุณเอาออกมาแล้วโชว์เขาเหรอมันไม่ใช่ นั้นก็หมายความว่าคุณเจตนาเอาปืนออกมา หรือว่าปืนออกมาแล้วไปแย่งปืนกันมันก็ไม่ใช่ อยากจะให้สื่อช่วยนิดหนึ่งเพราะว่าตอนนี้คือข่าวออกมาคือปืนลั่น แย่งปืนกัน ปืนลั่นเนี่ยมันไม่เจาะเข้าเป้าตาหรอกค่ะ ปืนลั่นมันไม่มีเจตนาที่อยู่บริเวณหน้าเราค่ะ”

“พี่เอเขาไม่เคยทะเลาะกับใครนะคะ อยู่ด้วยกันมาเคยไปเที่ยวด้วยกันมาทุกครั้ง เขาอาจจะมีฉุนเฉียว แต่พอเขารู้ว่าอีกฝ่ายหนึ่งโกรธเขา เขาจะข้าไปขอโทษ เขาเป็นคนแบบนี้คือเขาเป็นคนที่ไม่มีเรื่องกับใครเลย แล้วถ้าสมมุติเห็นว่าคนที่รู้จักมีเรื่องเขาก็จะปกป้องเลย เขาคือคนที่โคตรดี ดีมากๆ ดีจนแบบว่าเราไม่รู้ว่าจะหาคนแบบนี้กับเราได้อีกไหม เราจะมีความสุขทุกครั้งเวลาที่เราอยู่กับเขา”

“คือถ้าถามเรา เราอยู่กลุ่มพี่เขามาตลอด เราไม่เคยเห็นคนชื่อพี(คนยิง) ค่ะ เราไปเที่ยวกับเขาทุกที่ เราก็ไม่เห็นเขาพูดถึงคนชื่อพี เราเลยไม่รู้ว่าข่าวออกมาอย่างนี้ได้ยังไงเท่านั้นเอง แต่พี่เอเขาเป็นคนที่คนรู้จักเยอะค่ะ คนจะเข้ามาทักพี่เอหมด เพราะพี่เอจะเป็นคนที่เอ็นเตอร์เทนรู้จักคนเยอะ เลยไม่แปลกที่ใครจะอ้างว่าเออรู้จักกับพี่เอนะ แต่ถามว่าคนรู้จักลึกซึ้งแค่ไหน จริงๆ แล้วเขาเป็นคนแบบไหน”

“คุณแม่พี่เอ ท่านก็เสียใจค่ะ แต่ว่าท่านก็เข้มแข็งในระดับหนึ่ง ในสิ่งที่เกิดขึ้นลูกชายที่เลี้ยงดูแม่เลี้ยงดูพี่สาว คนที่เคยพูดว่าอยากมีตึกแถวให้พี่สาวเพราะว่าพี่สาวทำขนมปังสังขยาอร่อยมาก เขาอยากให้พี่สาวเป็นคนทำ เขาต้องการให้พี่สาวกับแม่อยู่ด้วยกัน สิ่งที่เขาพูดคือเขาอยากอยู่กับแม่เพราะพี่เขาก็อายุเยอะแล้ว ครั้งสุดท้ายเขาทำอาหารแล้วบอกว่าแม่ทำแกงเขียวหวานเนื้อมาให้เพราะว่าเราชอบทานแกงเขียวหวาน เรามารู้ทีหลังว่าพี่เอเขาเป็นคนทำให้ ไม่ใช่คุณแม่เขา เราก็งงว่าทำไมยังไม่มาทำไมมาช้า เราไม่ได้คิดว่านั้นคือสิ่งที่เขาทำให้เรา”

“อยากบอกว่าตอนนี้ไม่มีใครทิ้งพี่เอ ไม่มีใครทิ้งแม่พี่เอ ทุกคนดูแลแม่พี่เอเหมือนอย่างที่พี่เอดูแลค่ะ เขาเคยพูดเล่นว่ากวนตีนแบบนี้ถ้าไม่โดนยิงตายก็ต้องเป็นตับแข็งตาย เพราะว่าเรากินเหล้าด้วยกัน เราก็บอกคงอีกนาน นั้นคือสิ่งที่เราพูดเล่น แต่เราไม่คิดว่ามันจะเป็นจริง และไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องที่ใหญ่ พี่ชายเราไม่ได้ไปกวนตีน พี่ชายเราไม่ได้เป็นคนไปหาเรื่อง พี่ชายเราเป็นคนไปห้ามเรื่อง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความโหดร้ายกับผู้ชายคนหนึ่ง”

“ทำไมคุณไม่ยิงมือ ไม่ยิงขายิงแขน ยิงอะไรก็ได้ถ้าคุณคิดว่าพี่ชายเรารุนแรงกับเขา แล้วคุณคิดว่าคุณไม่สามารถสู้พี่ชายเราได้ คุณก็ใช้วิธีอื่นอย่าใช้วิธีนี้ ปืนนะเขาไม่ได้มีไว้พก ไม่ได้เอามาควงเล่นขำๆ มันอยู่ในที่ของมันคุณอย่าเอาออกมา คุณเอาออกมาคุณแสดงความมีอิทธิพลเหรอ คุณต้องการแสดงพาวเวอร์ว่าคุณใหญ่เลย มีคนคุ้มหัวเหรอไม่ใช่ค่ะเพราะว่ามันคืออาวุธที่รุนแรงที่สุด ไม่ว่ามันจะพกอยู่เฉยๆ หรือวางอยู่เฉยๆ วันหนึ่งที่เราขาดสติมันก็เหมือนมัจจุราชค่ะ”

“ขอแค่ความยุติธรรมที่เกิดขึ้น ใครผิดเราก็ว่าไปตามผิด ใครถูกเราก็ว่าไปตามถูก สิ่งที่ครอบครัวพี่เอต้องการคือความยุติธรรม สิ่งที่พี่เอต้องการคือความยุติธรรม เราไม่ต้องการอำนาจของใคร คุณอย่าบอกว่าคุณใหญ่ล้นฟ้า คุณอย่าบอกว่าคุณรวยล้นฟ้า ความรวยไม่ได้เอาชีวิตผู้ชายดีๆ คนหนึ่งกลับคืนมา เราแค่ต้องการรอยยิ้มผู้ชายดีๆ คนหนึ่งกลับคืนมา แต่ว่าถ้าตอนนี้มันไม่มี ขอความยุติธรรมอย่างเดียวค่ะ”

“อะไรที่คุณได้ยินได้เสพอยู่ตอนนี้มันยังไม่ใช่เรื่องจริง เราขอให้ตำรวจสรุปสำนวนคดี แล้วช่วยบอกความจริงว่ามันคืออะไร กล้องซีซีทีวีมีช่วยบอกว่ามันคืออะไร อย่าให้เราต้องไปสืบค้นหากันเองเลย เราคือประชาชนที่อาศัยกฎหมายเราไม่ใช่กฎหมู่เราขอความเป็นธรรมจากกฎหมายนี่คือสิ่งที่เราเรียกร้องค่ะ ทุกคนน้องมาร์กี้ ราศี น้อง บอย ปกรณ์ ทุกคนขอแค่นี้เองค่ะ เราไม่ได้ขอว่าคุณต้องติดคุก 10-20 ปีนะคะ เราไม่ได้ขอแบบนั้น เราอยากรู้ว่าคุณทำไปด้วยอะไร ใจคุณทำไปด้วยอะไร แล้วกฎหมายจะลงโทษคุณแบบไหน มาตรามันมีอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่าตำรวจสรุปสำนวนคดีอย่างไร เจ้าตัวบอกพูดไม่ได้
“คือตอนนี้เราไม่ได้สนใจในเรื่องของคดี แต่ว่าเราหันมาดูแลหัวใจของเพื่อนๆ ของคุณแม่ ของพี่สาว แต่จากข้อมูลเราพูดไม่ได้ เพราะว่าจากเพื่อนๆ ที่อยู่ในเหตุการณ์เขาพูดกับเราแบบนี้ แต่สื่อที่ออกไปมันเป็นอีกแบบหนึ่ง เราไม่สามารถให้ตรงนี้ได้มาก แต่เราแค่อยากจะบอกว่าปืนมันไม่ได้ลั่นเองหรอกค่ะ มันจะลั่นเองได้ยังไง แล้วถ้าปืนมันลั่นมันจะลั่นเข้าเป้าตาเหรอคะ มันเหมือนมันเจตนา แล้วตอนนี้ก็รอตำรวจรอสำนวนคดี ก็รอให้เสร็จเร็วที่สุดมันไม่น่ายาก เพราะทุกคนก็รู้อยู่แล้วว่ามันคืออะไร”

“อ้วน ฤดีพร พึ่งพูลผล” พี่สาวคนที่ 3
“ก็รู้สึกเสียใจค่ะ เพราะว่าเราก็มีน้องชายคนเดียว แล้วก็…(ร้องไห้) ไม่รู้จะพูดยังไง ตอนแรกได้ข่าวโทรศัพท์พี่สาวอีกคนหนึ่งโทรศัพท์ เราก็คิดว่าน้องไม่เป็นอะไร พอไปถึงโรงพยาบาลถามเพื่อนเขา บอกว่าโดนยิง เราก็ถามโดนตรงไหนเขาบอกว่าโดนตรงเหนือคิ้วขวา เราก็เลยมีความรู้สึกว่าโห เหนือคิ้วขวาแล้วหมดใจ มันเป็นอะไรที่แบบว่านอกจากปาฏิหาริย์อย่างเดียว ทำไมคนเรามันโหดร้ายเหี้ยมโหดเกินไปทำกันได้ขนาดนี้ ถามหน่อยเรื่องทะเลาะกันเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้มันไม่น่าจะเป็นเรื่อง แล้วน้องชายเราก็เป็นคนดีไง ไม่เคยมีเรื่องไม่เคยเกเร ไม่อะไรแบบนี้ แล้วมาเป็นแบบนี้คอรบครัวเรารับไม่ได้”

“เห็นมีน้องๆ ดารารักน้องเราก็ปลื้มใจ วันนี้ทุกคนพร้อมใจมางานก็ปลื้มใจ น้องเราก็มีคนรักเยอะ ก็ดีใจ พี่เอเป็นคนมีเพื่อนดี เรื่องลางสังหรณ์ไม่มีเลยค่ะ มีแค่แม่นอนไม่หลับสองคืนเท่านั้นเอง ไม่มีลางอะไรเลยค่ะ เพราะเราคุยกันหรืออะไรไม่มีเลยนะ แม่ก็คล้ายๆ จะพูดไม่ออกนะ แต่แม่เขาก็โอเคคะ ใจแข็ง แต่อีกต่อไปไม่รู้ แม่เป็นโรคหัวใจก็ค่ะ แต่ว่าในสถานะตอนนี้แม่เขาทำใจได้ แต่ต่อๆ ไป ลูกเขาไม่อยู่แล้วก็เป็นอีกแบบหนึ่งไง เราก็ไม่รู้ ก็ต้องดูกันต่อไปค่ะ”

“กับสำนวนคดีนี่เราไม่รู้ว่าคดีเป็นยังไง มีความรู้สึกว่าสมองเราไม่รับเรื่องนี้ คือมันบอกไม่ถูก เราไม่รู้ว่าคดีจะเป็นยังไงหรือยังไง คือพูดไม่ถูก แต่เรื่องคดีเราไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากมาย แค่ทำงานแค่นี้ก็ยุ่งเลยปล่อยให้เพื่อนๆ เขาเป็นคนจัดการ ไป (เพื่อนหลายคนไม่เชื่อปืนลั่น?) ค่ะ เห็นเพื่อนๆ หลายคนส่วนตัวเขาไม่เชื่อแบบนั้นไง แต่น้องเราไม่ได้เป็นคนเกเรก็คงจะไม่”

“คดีก็อยากให้ทำถึงที่สุดค่ะ เพราะว่าคนร้ายที่มายิงน้องเราก็ต้องได้รับโทษ ต้องเอาให้ถึงที่สุดค่ะ เพราะว่าเรายังไงน้องเราก็คิดว่าเขาก็คงเอาให้ถึงที่สุดเขาก็คงไม่ยอมเหมือนกัน เพราะว่าเรารู้ว่าน้องเราเป็นยังไง ต้องเอาให้ถึงที่สุดค่ะ ถึงจะใหญ่มาจากไหนก็ต้องเอาให้ถึงที่สุดค่ะ แล้วคิดว่ากฎหมายน่าจะมีความยุติธรรม”

“โบ เบญจวรรณ อาร์ตเนอร์”
“ได้รู้ข่าวช็อคมาก เพิ่งไปเจอพี่เขาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก็ยังคุยกันอยู่ว่าวันเกิดพี่จะกินอะไรกันดี เพราะว่าใกล้จะวันเกิดพี่เขาอยู่แล้ว พี่เอาคือเป็นพี่ชายที่น่ารักมาก ใครมาหาเรื่องน้องจะคอยเคลียร์ให้ แต่พี่เขาไม่ได้เป็นคนที่รุนแรงจะเป็นคนที่แบบใช้เหตุและผลในการอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วตัวโบเองเชื่อว่าพี่เอไม่ได้เป็นคนที่หาเรื่องใครอยู่แล้ว พอเอเป็นพี่ชายที่ปกป้อง พี่เขาคงเป็นประมาณว่าเห็นใครทะเลาะกัน เฮ้ยเดี๋ยวพี่เคลียร์ให้ แต่ไม่ได้ไปเคลียร์ในเชิงทะเลาะต่อ แต่ว่าก็คุยเฉยๆ”

“เรื่องปืนลั่นหรือไม่นี้โบไม่รู้จริงๆ ไม่อยากจะตัดสินอะไร เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นก็มันก็แย่พอแล้ว ไม่รู้ว่าอะไรมันคือเหตุผลที่แท้จริง แต่โบว่ามันไม่ช้าก็เร็วๆ นี้แหละ มันก็น่าจะออกมาแล้วแหละ(อยากบอกอะไรเอเป็นครั้งสุดท้าย?) โบว่าคนอื่นพูดไว้เยอะแล้วแหละค่ะ ขอไม่พูดแล้วกัน(ร้องไห้)”

“จ๋า ยศสินี ณ นคร”
“มันพูดไม่ถูกเลยนะเกิดมา 30 ปี ไม่เคยเจอเพื่อนสนิทตาย แล้วพี่เอไม่ใช่แค่เพื่อนสนิท มันคือเพื่อนแท้ มันคือเพื่อนตาย แล้วเรากำลังจะไปกองถ่าย แต่มีคนโทร.มาบอกว่าพี่เอโดนยิง เรายังไม่คิดอะไรเลย เราก็ถามว่าโดนยิงแล้วเป็นยังไงบ้าง คนโทร.มาก็บอกว่าคิดว่าตาย ตอนนี้อยู่ด้วยเครื่องช่วยหายใจ เราก็ไปเลย สามีเราก็ขับรถมามันประหลาด ความรู้สึกมันไม่อยากเชื่อมันใกล้ตัวเกินไป มันเกิดขึ้นได้ยังไง”

“พอมาเห็นพี่เอก็อยู่ในห้องไอซียูพันผ้าปิดครึ่งหน้าเลือดออกตลอด ตอนเราไปความดันลง 20 แล้ว แต่พอมีเพื่อนๆ ไปจับมือมาแล้วนะ คนนี้มาแล้วนะ ความดันก็ขึ้น 50 80 บ้าง เราสู้จริงๆ คือทุกครั้งที่เพื่อนจับเขาจะสู้ขึ้นมา เพราะชีวิตพี่เอมีแค่แม่แล้วก็มีเพื่อน เรามีกันอยู่แค่นี้จริงๆ ไม่รู้จะพูดยังไง ปิดเครื่องช่วยหายใจแล้วเราดูจากกราฟหัวใจคือนิ่งปุ๊บ ทุกคนเข้าไปจับจะลาพี่เอ แต่พอเพื่อนๆ ทุกคนจับปุ๊บขยับขึ้นมาใหม่ คือดึงกันจนแบบรู้เลยว่าพี่เอมันสู้มาก คงยังไม่อยากไปหรอกมั้ง คงยังอยากอยู่กับเพื่อนอยู่เลย”

“ก็รู้จักมาเป็น 10 ปีค่ะ ตั้งแต่เรากลับมาจากเมืองนอก เป็นเพื่อนกลุ่มแรกที่ดูแลเราดีมาก เพื่อนๆ ในกลุ่มจะรู้เลยว่าอยู่ๆ กันแล้วถ้าใครจะพูดว่าหิวพี่เอจะวิ่งไปทำมาม่ามาให้กิน แล้วพี่เอเป็นคนที่ทำอาหารอร่อยมาก และไม่ว่าใครจะทำอะไรก็จะมีแกงเนื้อมีน้ำใจกับทุกคน แล้วเวลาไปเที่ยวที่ร้านพี่ก็จะส่งปิดประตูแล้วถึงจะเดินเข้าร้านไป”

“กับคู่กรณีเราไม่รู้เลยเรื่องนี้ ประมาณช่วงเที่ยงบ่ายๆ มีข่าวออกมาเราก็ดูรูปเขาคือใคร พวกเรารู้ว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นของคู่กัน แต่ว่ามันไม่น่าจะมาจากกันด้วยวิธีแบบนี้ แล้วเราก็ไม่เข้าใจว่าคือทุกคนมองหน้าแล้วถามกันในใจว่าพูดตรงๆ คือ เอาเพื่อนกูไปทำไม โกรธอะไร รู้จักก็ไม่รู้จัก สนิทก็ไม่สนิท ทำกันขนาดนี้ทำไม แต่ก็ไม่ได้โกรธแค้น แต่หลังจากที่ทุกอย่างผ่านไปแล้ว เรื่องทั้งหมดมันก็ค่อนข้างเงียบแล้วก็เริ่มมีกระแสข่าวออกมาหลายอย่าง ว่าเป็นเพื่อนสนิทกัน ปืนลั่น”

“คือข่าว มันเริ่มจะงงๆ คือข่าวออกมาว่าเพื่อนสนิท จริงๆ ไม่ได้สนิทกันค่ะ ไม่ใช่เลย เลยมีความรู้สึกว่ามันไปเปะปะหลายทาง คนโดยที่ไม่ได้ขอความร่วมมือกันเลยนะ นักแสดงทุกคนทุกๆ คนที่พอจะทำอะไรได้ก็ขอแล้วกัน อย่าให้เรื่องมันเงียบหายไป หรือกลายเป็นเรื่องอื่นไป เราขอแค่นั้นจริงๆ พวกเราขอความยุติธรรมให้เพื่อนแค่นั้นเองว่าอย่าเพิกเฉย อย่าให้เรื่องมันหายไปมีอะไรพูดกัน ให้เห็นว่าความยุติธรรมมันยังมีอยู่ แต่เมื่อวานตลอดทั้งวันเราก็อยู่ด้วยกันกับครอบครัวพี่เอเพื่อนๆ”

“คู่กรณีไม่ได้ติดต่อมาเลยค่ะ ทางเราไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้เลย เราสนใจแค่ว่าคดีจะไปในทางที่ถูกต้อง แล้วเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ผิดก็รับผิด พวกเราไม่ได้อะไรเลย ขอให้เรื่องมันเข้ากระบวนการยุติธรรมอย่างถูกต้อง เขาจะได้รับโทษเบาเราก็ไม่สน เราได้โกรธแค้น เราไม่ได้อยากได้ชีวิตเขา ถ้าเลือกได้เราอยากได้ชีวิตเพื่อนเราคืนมากกว่า เราไม่ต้องการแบบนี้แต่ ณ เวลานี้ มันเรียกกลับมาไม่ได้แล้ว เราคุยกันว่าเออสิ่งที่พี่เอมันทำให้เรามาโดยตลอด วันนี้ทุกคนมีความรู้สึกว่าเราต้องทำอะไรให้พี่เอบ้าง โดยที่เราไมได้นัดเลย เมื่อกี้เจอ ป้อง (ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์) บอกมันจะไม่เงียบนะพี่ มันจะไม่เงียบ ทุกคนรวมใจกัน(เสียงสั่นร้องไห้) เคน ภูภูมิ , มาร์กี้ ราศี ก็บอกมันจะไม่เงียบพี่ มันจะไม่หายไป พี่เอต้องได้รับความยุติธรรมนี่คือสิ่งเดียวที่เราต้องการ”

“ก็ไม่รู้จะพูดยังไง ก็ขอบคุณพี่เอว่าขอบคุณที่ ณ วันนึงพี่เอรับจ๋าเข้าไปเป็นน้องแล้วก็รับอยู่ตลอด แม่เองก็ตกใจเพราะว่าพี่เอก็จะเข้ามาที่บ้านเจอพ่อเจอแม่ ให้พี่เอหลับให้สบายเพราะว่าพี่เอดูแลคนอื่นมามากแล้ว อยากบอกว่าไม่ต้องห่วงแม่ เพราะว่าเราทุกคน หุ้นส่วนที่ร้านก็บอกแล้วว่าเงินทุกบาทที่ควรจะเป็นของพี่เอ เราก็จะส่งให้แม่ตลอดชีวิตไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้น ให้นอนให้สบายแล้วก็ที่พี่เอเคยบอกว่าเป็นพี่น้องกันตลอดชีวิต มันหลังจากชีวิตไปแล้ว มันก็ยังเป็นพี่น้องกันอยู่ ยังไงพี่เอก็คือพี่ที่รักค่ะ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น