แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ ศุภชัย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เอ ศุภชัย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

“เอ ศุภชัย” ไม่หวั่น “พลอย” พาซวย โดนสอบภาษียันทำถูกต้องแล้ว

“เอ ศุภชัย” ไม่หวั่นอาฟเตอร์ช็อกจากข่าว “พลอย เฌอมาลย์” ใช้บัตรประชาชนคนอื่นหักภาษี อาจทำให้สรรพากรตรวจสอบดาราคนอื่นๆ ยันดาราในสังกัดทุกคนทำถูกต้องตามกฏหมาย แย้งดาราไม่ได้อยากเลี่ยงภาษี แต่อาจจะเป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คนเราเกิดมาไม่ได้รู้อะไรไปหมดทุกเรื่อง



กลายเป็นเรื่องสยองขวัญสำหรับวงการบันเทิงไปซะแล้วหลังจากที่ “พลอย เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์” นางเอกคนดังโดนแฉว่าใช้บัตรประชาชนคนอื่นมาหักภาษี แม้ว่าตอนหลังจะมีการแก้ไขให้ถูกต้องแล้วก็ตาม แต่งานนี้พลอยก็อาจจะโดนสรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง เพราะเจ้าของบัตรประชาชน “นายทวีศักดิ์ บุนนาค” ที่พลอยอ้างว่า ฝ่ายบัญชีหยิบผิดนั้น ได้ออกมาบอกอย่างชัดเจนแล้วว่า เป็นพ่อคนขับรถของพลอย

และไม่ใช่แค่พลอยเท่านั้น ที่อาจถูกตรวจสอบ เรื่องนี้อาจจะลามไปถึงดาราคนอื่นๆ ว่า มีพฤติกรรมเดียวกันหรือไม่ ด้าน “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร” ผู้จัดการดาราชื่อดังของซูเปอร์สตาร์ในเมืองไทย กล่าวว่า ไม่หวั่นหากจะถูกตรวจสอบ เพราะได้ทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เคยใช้บัตรประชาชนคนอื่นไปหักภาษีแน่นอน

“จริงๆ เออยากจะแจงตรงนี้เลยว่ากรมสรรพากรเป็นอะไรที่น่ารักกับเอและก็น้องๆ ในสังกัดเอมาก แต่ทุกคนทำเหมือนกับว่าสรรพากรเป็นโจรมาปล้นเงินกับพวกเรา ซึ่งจริงๆ ขอตอบแทนเลยว่าไม่จริงเลยครับ ถ้าเราได้ทำอะไรที่ได้เข้าไปคุยกับสรรพากรได้เข้าไปคุยกับพี่ๆ ทุกคนในกรมสรรพากรแล้วทุกคนน่ารัก และให้ความรู้ความกระจ่างในการจ่ายภาษี คือ ต้องเข้าใจว่าการเป็นนักแสดงบางคนเกิดมาไม่ได้รู้เรื่องระบบทุกอย่าง บางคนอาจจะแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง แต่ถ้าทุกคนเดินเข้าไปคุยกับทางกรมสรรพากร ทุกอย่างจะเคลียร์หมดเลย เจ้าหน้าที่น่ารักมากมีความเป็นกันเอง และเอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเราจะไปกลัวทำไม ในเมื่อเราไม่ได้ทำอะไรผิดในเมื่อเราก็ทำทุกอย่างถูกต้อง”

“ตอนนี้เอรู้สึกว่าเหมือนว่าเราเป็นโจรผู้ร้าย อยากให้ค่อยถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เพราะทุกอาชีพก็เป็นคนที่อยู่ในผืนแผ่นดินไทย เราต้องจ่ายภาษีให้กับรัฐบาล แล้วแต่ว่าเรามีการจ่ายในลักษณะแบบไหน รายได้ยั้งไง ซึ่งอันนี้เราก็ต้องมานั่งคุยกันบางคนเกิดมาปุ๊บฉันมาดังขึ้นในวันพรุ่งนี้จะรู้ได้ยังไงว่าเราต้องจ่ายภาษียังไง แต่เพียงแค่คุณเดินไปถามภาครัฐทางกรมสรรพากรว่าพี่ครับผมมีรายได้แบบนี้การจ่ายภาษีผมต้องมีการจ่ายแบบไหนยังไงแค่นี้ทุกอย่างก็จบแล้วครับ ทุกวันนี้เด็กในสังกัดเอ พี่ป๋อ (ณัฐวุฒิ สกิดใจ) หรือทุกคนทางกรมสรรพาอยากให้เรารณรงค์ในเรื่องจ่ายภาษีเราก็ไปร้องเพลงโปรโมตอะไรทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนรู้ว่าภาครัฐเป็นมิตรกับประชาชน”

ไม่หวั่นเด็กในสังกัดโดนเพ่งเล็งเรื่องภาษี ยันทำถูกต้องทุกคน
“เอขอตอบตรงนี้เลยว่าทำไมทุกคนต้องกลัวในเมื่อเราไม่ได้มีอะไรที่ทำอะไรผิดไม่ได้มีดาราคนไหนอยากทำอะไรผิดเลย แต่บางทีบางอันอาจจะมีข้อตกบกพร่องรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง ซึ่งอันนี้ก็ถามแล้วก็ให้อภัยกันได้ หลังจากนั้นเรามีการเคลียร์กันเกิดขึ้น สมมตินะครับแต่เด็กในสังกัดของเอทุกคนจะมีเจ้าหน้าที่ในด้านนี้โดยเฉพาะอยู่แล้วที่ดูแล ซึ่งเอจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กในสังกัดเป็นคนๆ ไปครับ ขอยืนยันว่า เด็กในสังกัดผมทำถูกต้องทุกคนครับ ไม่เคยใช้บัตรประชาชนใครหักภาษี ยื่นกับเจ้าหน้าที่ให้ทุกคนครับ”

“ถ้าถามว่า บอกเด็กให้ตอบคำถามยังไงเหมือนตอนนี้ไม่มีใครอยากบอกว่ารับเท่าไหร่ทุกคนระวังตัวหมด ก็คือ เอไม่มีอะไรต้องบอกเขา เพราะว่าเราทำถูกตามคำนองครองธรรมมาโดยตลอดครับ ถ้าจะบอกก็จะบอกว่าถ้ามีอะไรก็ต้องศึกษากับผู้ที่มีความรู้ด้านนี้ เพราะว่าบางทีเดี๋ยวอาจจะเกิดจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ในบางเรื่อง ซึ่งเราอยากจะถามย้อนกลับตัวเองว่าตัวเราเองบางทีทุกคนก็ไม่ได้มารู้กฎหมายทุกข้อ หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปทุกข้อ เพราะฉะนั้นเราไม่ผิด เราก็มาพูดคุยกับเขาเพราะว่าเขาน่ารักจริงๆ ครับ”

ไม่อยากให้มองว่าดาราชอบเลี่ยงภาษี
“จริงๆ เอว่าทุกคนไม่มีใครอยากเลี่ยงภาษี แต่เรามีวิธีการซื้อธนบัตรรัฐบาลเรามีการซื้อกองทุน ซึ่งเรามีการซื้อประกันชีวิตหรือว่าการยื่นอะไรแต่ละหน้าที่ อย่าว่าแต่ดาราเลยอยากจะถามน้องๆ พี่นักข่าวเหมือนกันว่าทุกคนบางคนยังไม่รู้เลยว่าเราต้องจ่ายภาษีอะไรยังไงบ้างในแต่ละปีในแต่ละเดือน เพราะฉะนั้นเราต้องกลับไปทบทวน ไม่มีใครอยากเลี่ยงแต่พอมีปัญหาทุกคนก็จะบอกว่าเป็นการเลี่ยง แต่จริงๆ แล้วบางทีเรารู้ไม่หมด ถ้าเรารู้หมดเรารู้ชัดเจนเรารู้วิธีต่างๆ ที่จะมีการผ่อนหนักผ่อนเบา หรือมีการเอื้อเกื้อกูลกันมากที่สุด อันนี้คือสิ่งที่ดี ตอนนี้ถ้ามองเหมือนคนข้างนอกคนหนึ่งเหมือนเป็นโจรที่จะมาปล้นเงินซึ่งมันไม่ใช่ครับ พี่สัมผัสเองมันไม่ใช่ ถ้าเราเข้าไปคุยกับเขาดีๆ เขาน่ารักไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่น่ากลัวเลย”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2555

“เอ” ปัดกัน “ณเดชน์” ร่วมงาน “พอร์ช” ยินดี “ป๋อ” ปั๊มลูกติด

“เอ ศุภชัย” ปฏิเสธข่าวกีดกันไม่ให้พระเอกดัง “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ร่วมงานกับหนุ่ม “พอร์ช ศรัณย์” บอกตนพร้อมส่งเสริม แต่เป็นเรื่องของสัญญาระหว่างช่อง เจ้าตัวร่วมดีใจกับหนุ่ม “ป๋อ ณัฐวุฒิ” หลังปั๊มลูกสำเร็จ


หลังจากมีข่าวว่าผู้จัดมือทองตั้งกฎเหล็กไม่ยอมให้พระเอกดังร่วมงานกับพระเอกข้ามช่อง ทำเอาหลายคนเชื่อว่า น่าจะเป็น “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร” ที่ไม่ยอมให้หนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ไปร่วมงานกับหนุ่ม “พอร์ช ศรัณย์” ทั้งที่มีคนติดต่อมา

สอบถามเรื่องนี้ไปยังผู้จัดคนดัง เจ้าตัวได้ปฏิเสธว่า นักปั้นมือทองคนดังกล่าวไม่ใช่ตนแน่นอน และถึงอย่างไรหากจะมีคนจ้างงานเช่นนั้น ก็ไม่สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะเป็นข้อตกลงเงื่อนไขในการเซ็นสัญญาของนักแสดงว่าห้ามรับงานละครกับพระ-นางต่างค่าย หรือ หรือแม้กระทั่งงานโชว์ตัวที่จะต้องเปิดตัวกับสื่อ

“ไม่จริงค่ะ เรื่องนี้พี่เอขอคอนเฟิร์ม ว่า ถ้าอะไรที่มันเหมาะสม เราไม่มีการแบ่งแยก แต่มันเหมือนกับว่าโอกาสที่จะร่วมงานกันมันแทบจะไม่มีเลย ด้วยกฎของช่องจะให้ณเดชน์ไปร่วมเล่นกับช่อง 7 มันก็ไม่ได้ พี่เอก็อยากให้ณเดชน์ไปเล่นกับนางเอกช่อง 7 จะตายจะได้ช่วยกันดัน เพราะณเดชน์เขาดังแล้ว ในความรู้สึกพี่เอ นางเอกที่ไม่ดัง ก็จะช่วยกันดัง แต่มันไม่มีโอกาสไง เพราะเราอยู่ช่อง 3 เราจะไปเล่นให้ช่อง 7 ได้ยังไง เราต้องให้เกียรติผู้ใหญ่ของช่อง 3 เพราะเขาปั้นณเดชน์ขึ้นมา ถ้าสมมติว่า ณเดชน์อยู่ช่อง 3 จะเล่นกับพระเอก นางเอก ช่อง 3 ใครก็ได้ พี่เอไม่ว่าเลย ยินดีค่ะ”

“พี่เอไม่ทราบข่าวนะที่บอกว่ามีงานติดต่อให้ณเดชน์ กับพอร์ช ร่วมงานกัน แต่พี่เอปฏิเสธ เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ ณเดชน์ทำได้ตอนนี้ ก็คือ เล่นละคร แล้วก็ไม่มีละครของผู้จัดคนไหนที่เสนอให้น้องณเดชน์ เล่นกับ น้องพอร์ช ถ้าเป็นพระ-นางช่อง 7 เหมือนกันพี่เอยินดีอยู่แล้ว แต่ด้วยที่เราให้เกียรติเจ้าของช่องที่เซ็นสัญญากับน้อง ถ้าเราไปเล่นแบบนั้น เราจะโดนฟ้องกลับมา เดี๋ยวก็ซวยตามๆ กัน”

“ซึ่งไม่ใช่เฉพาะกับณเดชน์คนเดียวนะ เป็นเด็กช่อง 3 ทุกคนครับ ไม่สามารถร่วมหน้าจอเวทีเดียวกับเด็กช่อง 7 ได้ แม้กระทั่งหน้าจอคนช่อง 7 ก็ไม่สามารถร่วมหน้าจอเดียวกับคนช่อง 3 ได้เลย เพราะว่ามันผิดตามสัญญาที่เราเซ็นกันไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม ยกเว้นโชว์ตัวไม่มีปัญหาเลย การโชว์ตัวที่ไม่มีการถ่ายทอด ไม่มีมีเดียออกในทีวีด้วย”

“ยืนยันว่า ผู้จัดมือทองในข่าวไม่ใช่พี่เอแน่นอน ถ้าเป็นเรื่องละครก็คงไม่ใช่ แต่ที่หลายคนมองว่าเป็นพี่ ก็ไม่ซีเรียสเลย เพราะว่าทุกคนก็มีสิทธิ์คิด แต่ถ้าคิดก็ต้องมาถามพี่เอแบบตรงไปตรงมา แล้วพี่เอจะอธิบายให้ฟังว่ามันเกิดเหตุผลอะไรขึ้นมาบ้าง เหตุผลที่พี่พูด ถ้าพวกน้องของพี่เอ ซึ่งเป็นคนเซ็นสัญญา เวลาโดนฟ้องขึ้นมา คนที่ซวยก็คือพี่เอ พี่เอก็จะอธิบายให้ฟังแบบเปิดอกเลยว่ามันมาไม่ได้นะ เพราะมันติดสัญญา ไม่อย่างนั้นพี่เอก็โดน”

ดีใจกับพระเอกหนุ่ม “ป๋อ ณัฐวุฒิ สะกิดใจ” ที่ปั๊มทายาทได้สมใจ
“ตกใจมาก เพิ่งรู้ ดีใจกับพี่ป๋อด้วย เราเพิ่งคุยกับป๋อวันแต่งงานน้องจ๋าเองว่ายังไม่มีหลานเหรอ ป๋อก็บอกว่าก็พยายามอยู่ พอมาทราบข่าวว่ามีน้องแล้ว พี่เอก็ดีใจจะได้มีน้องอีกคน ก็ให้ลูกป๋อเรียกพี่เอว่าพี่เหมือนเดิมนะครับ ไม่ต้องเรียกลุงหรืออะไร ส่วนของรับขวัญ ก็เดี๋ยวดูว่าเหมาะกับอะไร เพราะยังไม่ทราบว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เดี๋ยวเตรียมตุ๊กตาไปให้แล้วลูกเกิดมาเป็นผู้ชายแล้วเดี๋ยวไม่ดี (หัวเราะ) แต่จะชิ้นใหญ่ไหมก็ต้องรอดู ยังไงก็ต้องมีให้ครับกับป๋อ เพราะป๋อเป็นคนชอบดุพี่เอ พี่เอกลัว”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

“เอ ศุภชัย” เล็งปั้น “กาโม่” หลาน “เฉลิม” เพราะถูกใจหล่อสำเร็จรูปไม่ต้องทำอะไร

สะเทือนช่อง 3 “เอ ศุภชัย” แพลนเป็นผู้จัดฯ ช่อง 7 บอกอยู่ในช่วงเลือกเรื่อง ปลายปีชัดเจน เจ้าตัวทลายกฎเหล็ก เลิกห้ามเด็กในสังกัดมีแฟน แต่ต้องเป็นคนที่แน่ใจจริงๆ ถึงให้เปิดเผย เพราะไม่อยากให้มีข่าวฉาวเยอะ รับเล็งปั้น “กาโม่ ” หลาน “เฉลิม” แต่ต้องรอให้อายุ 18 ก่อนค่อยว่ากัน

เป็นผู้จัดการส่วนตัวดาราที่ปั้นใครแล้วล้วนแต่ประสบความสำเร็จสำหรับ “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร” แต่บ้านนี้ก็มีกฎเหล็กที่ต้องถืออย่างเคร่งครัด คือเรื่องการห้ามมีแฟน แต่ล่าสุดเอก็เผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้เปลี่ยนใจ สามารถให้เด็กๆ ในสังกัดมีแฟนอย่างเปิดเผยได้ แต่กำชับว่าต้องเป็นคนที่ใช่จริงๆ คนที่ยังไม่แน่ใจก็เป็นเพื่อนกันไปก่อน

“ตอนนี้ทุกคนโตกันแล้ว เอก็เลยอนุญาตถ้าใครจะมี แต่เอก็กำชับว่าต้องดูให้ดีๆ ให้มีคุณสมบัติเป็นผู้หญิงไทยใจงาม เรียบร้อย น้องๆ เขาก็โตๆ กันแล้วก็ต้องพิจารณากันได้แล้ว คือที่ผ่านมามันไม่ใช่สั่งว่าเอห้ามไม่ให้มีแฟน แต่การเข้ามาวงการเราต้องตั้งใจและมีความมุ่งมั่นจริงๆ ก็ไม่อยากให้จิตใจน้องเขาไขว้เขวไปเรื่องอื่นๆ แต่พอน้องๆ เขาโตขึ้น มีความรับผิดชอบในตัวเอง และงานได้ระดับหนึ่งแล้ว เอก็ปล่อยเขา”

“แต่คุณก็ต้องดูว่ามันใช่จริงๆ นะ เอไม่อยากให้เด็กๆ ของเอมีข่าวฉาวเยอะๆ ยิ่งเป็นผู้ชายด้วย สังคมไทยไม่ค่อยให้อภัยคนที่มีข่าวฉาวเยอะๆ ถึงแม้ว่าพอมีข่าวแล้วคนจะลืมไปชั่วขณะก็ตาม แต่ข่าวนั้นๆ มันก็จะติดตามเป็นประวัติของเราไปด้วย ถ้าจะมีต้องเอาคนที่ใช่จริงๆ แต่ถ้ายังดูๆ อยู่ก็เป็นเพื่อนกันไปก่อน”

“แต่เอาจริงๆ เอก็ยังไม่อนุญาตเสียทีเดียวหรอก ก็บอกเขาว่าดูๆ เป็นเพื่อนกันไปได้ แต่คนที่ดูแลตัวเองได้แล้ว เอไม่ต้องไปจ้ำจี้พวกนี้ เอจะปล่อยให้เขาฟรีสไตล์แล้ว เขาใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ แต่เอก็จะคอยเตือนคอยสอนว่าต้องให้มั่นใจจริงๆ นะ เพราะถ้าใจมันมัวแต่คิดเรื่องผัวๆ เมียๆ มันก็ไม่มีสมาธิในการทำงาน แต่ส่วนใหญ่ทุกคนก็จะน่ารักครับ มาก็มาปรึกษาเรื่องงานมากกว่า”

แพลนเตรียมเข้าไปคุย 7 สีเสนอตัวเป็นผู้จัดละคร บอกอยู่ในช่วงเลือกเรื่องอยู่ คาดปลายปีเรียบร้อย

“ก็กำลังคิดจะทำอยู่ครับ แค่คิดเฉยๆ ยังไม่ได้เริ่มทำอะไร ยังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่ด้วย อย่างที่บอกว่ายังคุยกันเล่นๆ เฉยๆ คงดูๆ ไปก่อน ต้องหาเรื่องให้ได้ก่อน ก็จะมีเฮเลนเป็นตัวช่วย คือตอนนี้มีแรงจะสู้แล้ว หลังจากผ่านประสบการณ์การทำละครเรื่องแรกไม่ประสบความสำเร็จ นี่ก็ผ่านมา 3 ปีกว่าพอดีเลย น้ำตาเช็ดหัวเข่ามา 3 ปีแล้ว”

“ถ้าจะทำก็คงเป็นปลายปีมั้งครับ ก็คิดว่าถ้ามันดูดีก็คงจะทำเป็นค่ายละครของเราเองเลย แต่เอก็กำลังคิดอยู่ว่ามันจะดีมั้ยเพราะไม่อยากให้ภาพของตัวเองเป็นผู้จัด ก็ยังคิดอยู่ว่าจะยังไง จะ 3 ปีทำทีดีมั้ย หรือว่ายังไง คิดแบบนั้นมากกว่า ทำคราวนี้ต้องดูแลเรื่องเงินให้ดี ต้องจ้างคนมาดูแลตรงนี้ เดี๋ยวน้ำตาจะเช็ดหัวเข่าอีก ไม่มีเงินมาซื้อกระเป๋านะ”

ปัดเตรียมดัน “กาโม่ อาชาวิน อยู่บำรุง” ลูกชายแท้ๆ ของ “วันเฉลิม อยู่บำรุง” บอกรอให้อายุถึง 18 ปีก่อนแล้วค่อยว่ากัน

“ยังเลยครับ ยังไม่ได้ปั้นเพราะน้องเขายังเด็กอยู่เลย จริงๆ แล้วเอกับทางฝั่งคุณแม่น้องเป็นเพื่อนกันตั้งแต่สมัยเรียน ม.รังสิตแล้ว ก็ไม่ได้จะเอามาปั้นหรือว่าอะไร ยังไม่ได้มีข้อตกลงอะไรกัน น้องเขายังเด็กเกิน แต่ชอบน้องเขานะเพราะน้องเขาหล่ออยู่แล้ว เอามาเอไม่ต้องทำอะไรกับเขาเลย เอมองทุกคนที่หน้าตาดีอยู่แล้ว เราอยู่ตรงนี้บอกเลยว่าเอเป็นกลาง ก็มีการพูดคุย เจอหน้าเจอตาน้องเขา น้องเขาก็เป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจรับเลย ให้เขาอยู่กับเพื่อนๆ ไปก่อน ยังไม่ได้อะไรมากกับเขา”

“ถามว่ากลัวมั้ยเอาลูกเอาหลานนักการเมืองมาปั้น อย่างที่เอบอกว่าเราเป็นคนไทย เราเป็นกลาง แล้วที่สำคัญเอเป็นคนใต้ด้วย ก็ซีเรียสกับเรื่องอะไรพวกนี้ เอทำงานตามหน้าที่ตามอาชีพที่เราที่เอไม่ได้คิดถึงจุดนั้น ก็ยังแค่มองน้องเขาไว้เฉยๆ ยังไม่ได้พูดคุยเป็นเรื่องเป็นราว น้องเขายังเด็กอยู่ 14 ปีเอง รอให้ 18 ก่อนค่อยมาว่ากัน”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

“เอ ศุภชัย” เบรกปั้นเด็กชั่วคราว เพราะที่มีอยู่ตอนนี้ยังไม่ดีพอจะออกสู่สายตาปชช.

“เอ ศุภชัย” เบรกปั้นเด็กชั่วคราว เพราะเด็กในสังกัดที่มีอยู่ตอนนี้ยังไม่ดีพอจะออกสู่สายตาประชาชน เปรียบเป็นกล้วยยังไม่แก่ ต้องรอให้สุกหอมหวานค่อยตัดกินถึงจะอร่อย

ขึ้นชื่อเป็นนักปั้นดารามือทองในวงการบันเทิง ไม่ว่าจะพาดาราคนไหนเข้าวงการ “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร” ก็สามารถดันจนโด่งดังเป็นพลุแตกได้เสมอ แต่ล่าสุดเจ้าตัวก็หยุดส่งเด็กมาแจ้งเกิดชั่วคราว ด้วยเหตุผลที่ว่าเด็กที่อยู่ในสังกัดตอนนี้ยังไม่พร้อมจะออกสู่สายตาประชาชน

“จริงๆ แล้วคือ การปั้นเด็กใหม่เราต้องใช้เวลาเตรียมงาน ไม่ใช่ว่า1-2วัน หรือแค่1-2ปี บางทีเป็น3-4ปีก็มี คือพี่เอว่าถ้าเราจะทำตอนนี้ เราต้องดูจังหวะเพื่อความเหมาะสมไม่ใช่ว่า หมากหรือณเดชน์ จะแรงคือ เราไม่ได้เอามาแบบว่าตีกัน เขาคนละสไตล์กัน สำหรับคนใหม่ที่เข้ามาเรียนแอ็คติ้งยังไม่เต็ม ยังไม่พอที่จะออกไปสู่สายตาประชาชนก็ขอเวลาหน่อย ให้กล้วยมันแก่นิดนึง ตัดออกจากเครือแล้ว พอสุกจะหอมหวานอร่อย”

“ตอนนี้เซทใหม่ก็ต้องรอไปก่อน ไม่ใช่ว่าไม่กลัวดังเท่าครับ เพราะว่าทุกวันนี้น้องๆ ณเดชน์เวลาเขียนการ์ดอวยพรขอให้พี่เอปั้นเด็กให้ดังๆ นะครับอะไรแบบนี้ ก็บอกว่าดีใจที่เขาใจกว้างรู้ว่าเป็นอาชีพของพี่เอซึ่งมันก็เป็นข้อดีของเรา จริงๆแล้วจะพูดเด็กที่พี่เอปั้นปแล้วดังเปรี้ยงขนาดนั้นก็ไม่ได้คือมันมีบ้าง (หัวเราะ) ขายของๆ นิดนึง บางทีเปรี้ยงเป็นนางร้ายก็มีแต่อยู่ที่ว่าเขาอยู่ในสถานะไหนในวงการบันเทิงนี้เท่านั้นเอง”

นอกจากจะเบรกปั้นเด็กแล้ว พนักงานที่ทำหน้าที่ดูแลดาราให้กับ “เอ ศุภชัย” ก็สร้างปัญหาแอบฉกเงินค่าพรีเซ็นเตอร์ของดาราคนหนึ่งไป 5 แสนบาท จนเอต้องควักเนื้อจ่ายชดใช้ให้แทน แต่ถึงอย่างไรเอก็ยังใจดีไม่ไล่ลูกน้องออก บอกผิดครั้งแรกต้องให้โอกาส

“ก็เรียกว่าเป็นการทำงานที่บางทีเอาเงินไปแล้วก็ไม่บอก เอาไปหมุนก่อนอย่างนี้ คือใช้คำว่าโกงก็ไม่ได้ ตอนนี้ก็เลยบอกว่าถ้าไม่มีก็ให้บอก เดี๋ยวจะให้ยืม แต่อย่าเอาไปแล้วไม่บอก เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่พี่เอเป็นผู้จัดการดารา เดี๋ยวดารานักแสดงเขาไม่ได้แล้วใครจะเป็นคนรับผิดชอบ พี่เอก็จะเสียพี่เอก็เลยบอกเขาว่านอกจากเอาไป 5 แสนแล้ว พี่เอต้องควักเงินตัวเองนี่แหละ หลังจากเวลาหักคอมมิสชั่นเรียบร้อยแล้วเอาไปให้นักแสดงก่อน แสดงว่างานนี้พี่เอนอกจากโดนลูกน้องเอาไปใช้ก่อน และก็ยังโดนปล้นเพราะว่าต้องเอาไปใช้ให้กับดาราแทนที่เขาเอาไป”

“ถามว่าแล้วพี่เอจัดการกับเขายังไงตอนนี้ก็คือจะไม่ให้จับเงิน ก็ให้นั่งเฉยๆ ไม่ได้ให้ไปไหน ก็อยู่เหมือนเดิม โอเคในเมื่อเขาสารภาพว่าเขาเอาไปแล้วจริงๆ เขาไม่ได้โกงขนาดที่ว่าไม่ยอมรับ พี่เอเองก็บอกว่านี้เป็นครั้งแรกที่พี่เอรู้ เพราะฉะนั้นก็ให้นั่งเฉยๆ ไปก่อน ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น และเดี๋ยวให้คนอื่นทำหน้าที่เธอไป เดี๋ยวเงินเดือนพี่จัดการจ่ายให้เอง พี่เอก็ให้เงินเดือนครบให้เขานั่งสบาย แต่ไม่เหมาะกับการจับเงินจับทอง ตอนนี้ก็มีกฎเหล็กคือว่าถ้ามีอีกครั้งหนึ่งก็ต้องเข้าใจแล้วว่า ไม่ได้แล้ว ก็จะขึ้นขั้นเด็ดขาด”

“เขาไม่ได้ตั้งใจกระทำแต่เขาไม่กล้าบอกเรา เขาอาจจะลำบากช่วงนี้ ซึ่งเราก็ต้องมานั่งจับเข่าคุยว่า บางครั้งอยู่ครอบครัวเดียวกันมีอะไรต้องบอกให้หมด ตอนนี้เราก็เคลียร์กันเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้เงินคืน ก็คงจ่ายเรื่อยๆ ทยอยจ่าย แต่พี่เอก็หักเป็นเงินเดือนไปถ้าเขาไม่จ่าย”

“ถามว่าเจ็บใจไหม ก็ไม่หรอก แต่เป็นห่วงไม่อยากให้ทำแบบนี้กับใคร โอเคเราให้อภัยคนอื่นเขาไม่ให้อภัยนะ คนอื่นเขาไล่ออกเลยนะ แต่พี่เอยังมีครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง แต่ไม่มีครั้งที่สามดีกว่านะครับประมาณนี้ก็ให้โอกาสเขาอีกครั้งนึงครับ เขาอาจจะจำเป็นจริงๆ เรื่องอะไรก็ไม่รู้ จะติดผู้ชายหรือเปล่า พี่เองก็ถาม ก็บอกว่าหนูไม่ได้ติดค่ะเราก็บอกว่าอ้าวไม่ได้ติดแล้ว เอาไปไหน เอาไปไหนหมด โทรไปหาคุณแม่คุณพ่อเขาก็บอกไม่รู้ ไม่เคยได้รับเงินจากหนูเลย หนูไม่รู้ค่ะ หนูไม่ตอบ”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2555

“เอ ศุภชัย” ไม่ขอตอบโต้ “พจน์” อีก เผยเชื่อ “ณเดชน์” บอกมารไม่มีบารมีไม่เกิด

“เอ ศุภชัย” ไม่ขอต่อปากต่อคำ “พจน์” ลั่นอยากให้เรื่องจบลงแค่นี้ พร้อมเผยเชื่อ “ณเดชน์” ที่บอกว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด พร้อมป้องณเดชน์เปล่าเรื่องเยอะเปลี่ยนผจก.ส่วนตัวบ่อย แจงเป็นนโยบายของตนเองที่ 2 ปีจะเปลี่ยนคนดูแลหนึ่งครั้ง
 
หลังจาก “เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร” เปิดศึกฉะกันกับ “พจน์ อานนท์” เพราะไม่แฮปปี้ที่พจน์ออกมาซัด “เคน ภูภูมิ” ลืมตัวพร้อมกับงัดรูปในอดีตออกมาแฉว่าพระเอกคนดังเคยทำศัลยกรรม แถมก่อนหน้านี้พจน์ยังลาก “ชมพู่ อารยา เอฮาร์เก็ต” มาเปรียบเทียบว่าดังกว่า “อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ” ซึ่งเป็นนางเอกน้องรัก โต้กันไปโต้กันมาจนดูบานปลายไปกันใหญ่ ล่าสุดเจอตัวเออีกครั้ง เจ้าตัวก็ออกปากไม่ขอต่อปากตอคำอีกต่อไป อีกทั้งเชื่อที่ “ณเดชน์” บอกว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด

“ที่พี่พจน์ บอกกกว่าชมพู่ดังกว่าอั้ม อันนี้ผมก็อยากให้จบไปไม่ขอตอบโต้อะไรทั้งสิ้น ก็ไม่มีอะไร ไม่อยากตอบโต้ ถามว่าผมสอนน้องยังไงกับเรื่องนี้ก็ไม่ได้สอนอะไรนะ ให้เขาคิดเองเด็กๆ พวกนี้เขาเก่งอยู่แล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้วบางทีเขาสอนผมด้วย เรื่องพี่พจน์ก็เลยขอจบลงแค่นี้ (ต่อไปต้องออกงานประกบเคนเลยไหม?) (หัวเราะ) ไม่หรอกครับคงไม่มีใครทำร้ายใคร อย่างที่ณเดชน์เคยบอกไว้ว่ามารไม่มีบารมีไม่เกิด (หัวเราะ) เขาก็พูดให้ฟังกันเวลาอยู่ที่บ้านเรานั่งคุยกันเราก็เก็บไว้เป็นข้อคิด”

ส่วนข่าวลูกรัก “ณเดชน์” ดังแล้วเรื่องมากเปลี่ยนผู้จัดการส่วนตัวถึง 3 คน เจ้าตัวแจงว่า...

“อันนี้ไม่จริง เพราะมันเป็นการตัดสินใจของเรา ทุกคนเป็นผู้ดูแลเป็นลูกน้องของผมทั้งหมด เราก็มีนโยบายใหม่ว่า 2 ปีจะเปลี่ยน 1 ครั้ง วนกันไปสับเปลี่ยนการทำงาน แต่ละคนก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการทำงาน เขาก็ทำงานกันเต็มที่ ยังเป็นผู้ช่วยผมกันทุกคนยังอยู่กันครบ อย่างนักแสดงเขาก็ทำหน้าที่ของเขาอย่างดีที่สุด ทุกคนไม่มีใครบกพร่องในหน้าที่ของตัวเองก็ดีแล้ว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเราตามที่เราเห็นสมควร อีกอย่างเป็นเรื่องสุขภาพของคนดูแลณเดชน์คนเก่าด้วย เพราะณเดชน์คิวงานเยอะ แต่ก็ยังทำงานร่วมกันอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์