วันพุธที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2554

“เสก” รับพี้ยา-ตีเมีย บอก “จอห์น เลนนอน” ยังเสพเลย อ้างสนิทกับ “ทักษิณ”

“เสก” รับพี้ยา-ตีเมียเก่า บอก “จอหน์ เลนนอน” ยังเสพ เผยเหตุเสพเพราะเป็นอาร์ทติส แต่มั่นใจเสพแล้วเอาอยู่ วอนเด็กอย่าเลียนแบบและจะปรับปรุงตัว อ้างสนิท “ทักษิณ” และคนใหญ่คนโตอีกหลายคน “แหม่ม คัทลียา” ซวยโดนเสกเอาไปเปรียบเทียบว่าตนคงจะโกหกว่าเพิ่งจะรู้ว่าท้อง 5 เดือนไม่เป็นเพราะตนเองแมน จริงใจ ไม่โกหก



หลังจาก “เสก โลโซ” ตกเป็นข่าวอื้อฉาว ถูก “กานต์ วิภากร ศุขพิมาย” อดีตภรรยา โพสต์รูปเสกกำลังเสพยา อีกทั้งยังแฉว่าถูกนักร้องดังซ้อม หนำซ้ำยังทอดทิ้งลูกเมียที่อยู่กินกันมากว่า 20 ปี รวมไปถึงพฤติกรรมความเจ้าชู้ของเสกที่ไปพัวพันกับผู้หญิงอีกหลายคน จนเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ยาวนานติดต่อกันเป็นเวลาเกือบเดือน โดยที่เจ้าตัวเองก็หนีหน้าทำตัวเป็นขอมดำดินไม่ยอมออกมาเคลียร์ มีเพียงโพสต์ระบายเรื่องราวต่างๆ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของตนเองเท่านั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา เสก โลโซ ก็ได้ออกมาเปิดแถลงข่าวด้วยตนเอง ที่หมู่บ้านนันทวรรณ ย่านวัชรพล ซึ่งเป็นบ้านของเจ้าตัว ท่ามกลางกองทัพนักข่าวที่ติดตามไปทำข่าวแทบทุกสำนัก โดยเสกได้ออกตัวว่าวันนี้จะเปิดโอกาสให้ถามได้ทุกเรื่อง

“วันนี้ผมรู้สึกตื่นเต้น มีเรื่องหลายเรื่องที่จะมาเล่าให้ฟัง ก่อนอื่นผมต้องบอกว่าทุกอย่างอยู่ในพื้นฐานของความรัก ความเมตตา ความสมานสามัคคีกัน ไม่คิดที่จะมาหาเรื่องหรือว่าก่อเรื่องอะไรเลย ผมเชื่อเหลือเกินว่าตั้งแต่ระยะเวลาที่ผมทะเลาะกับภรรยาผมและมีข่าวมีคราวขึ้นมานั้น ผมบอกจริงๆ เลยว่าผมไม่ได้นิ่งนอนใจ ถ้าใครติดตามในเฟซบุ๊กของผมก็จะรู้ดี”

“วันนี้ถามผมได้ทุกเรื่อง ผมจะตอบหมดทุกเรื่อง หากใครติดตามผมในเฟซบุ๊กจะรู้ดี นั่นคือช่องทางเดียวที่ผมได้พูดความจริง บอกตรงๆ พี่น้องนักข่าวเราก็เป็นพี่น้องกัน ผมคิดอย่างนี้เพราะผมอยู่ในวงการนี้มา 10 กว่าปีแล้วนะ ผมบอกเลยว่าหลายท่านก็เขียนข่าวที่ไม่ตรง ผมบอกตรงๆ ตัวผมเองไม่ค่อยได้อ่านข่าว แล้วก็ไม่ค่อยได้ดูทีวีเท่าไหร่ แต่จะมีเลขาฯ ผมมาบอก แต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร”

“มีอยู่วันนึงผมมีโอกาสได้เล่นคอนเสิร์ตที่อำนาจเจริญ เลขาฯ ผมชื่อว่าน้องอ้อมซึ่งก็เป็นแฟนกันด้วย เขาบอกว่าผมหนีไปประเทศลาว แล้วแม่ผมก็ไม่สบายอย่างหนัก ผมก็รู้สึกอะไรกัน มาเขียนอะไรแบบนั้น ผมก็ไม่ได้จะต่อว่าต่อขาน ผมมีความรู้สึกว่าทุกท่านที่นี้มีความรับผิดชอบในประเทศไทยเหมือนกัน ผมเองก็รับผิดชอบประเทศไทย รับผิดชอบตรงไหน ผมเองก็เป็นสื่อมวลชนเหมือนกัน เพราะฉะนั้นการเสนอข่าว การทำอะไรต่างๆ นั้นต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องและความเป็นจริง เพราะฉะนั้นเวลาที่ผมเขียนเพลงต่างๆ นาๆ บอกตรงๆ 70-80 เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องจริง วันนี้ก็เลยอยากจะมาแถลงข่าวเพื่อให้ทุกคนได้เคลียร์กัน”

“หนึ่งก็คือ ไอ้ภาพที่เห็นวันนั้นเป็นภาพที่ผมไปอยู่ที่โรงแรมแมริออท ผมพาภรรยาไปเที่ยว ตัวผมเองไม่ทราบเลยว่าภรรยาผมไปทำการอย่างนั้นคือถ่ายรูป ถ้าผมรู้ผมไม่มีทางให้ถ่ายรูปแน่นอน ผมยอมรับว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง แต่ตอนนี้ผมก็ได้รับปรับปรุง เมื่อวานนี้ผมก็ได้ให้เลขาฯ ผมแจ้งไปทางกองปราบปรามว่าผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง และผมจะแก้ไขให้ดีขึ้นด้วยสัตย์ของลูกผู้ชาย จะไปทำการทุกอย่างไม่ว่าสื่อไหน สถานที่ไหนอยากให้ผมได้รับใช้ผมยินดี”

“คงจะไปเป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ต้านยาเสพติด ผมจะบอกให้นะครับ การเป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์ต้านยาเสพติดนั้นผมเคยเป็นอยู่ สมัยก่อนจัสเซย์โน ซึ่งตัวผมเองคงไม่ได้มีภาพลักษณ์ที่ดีอะไรขนาดนั้น ผมเป็นร็อกแอนด์โรล ผมทำอะไรที่ขัดต่อตัวผม โกหกตัวผมเองผมไม่ทำ ผมไม่โกหกตัวผมเองแน่นอน ที่จะเข้าไปผมจะเข้าไปบอกให้รู้ว่ายาเสพติดให้โทษเป็นอย่างไร และจะช่วยต่อต้านยาเสพติดอย่างไร แล้วที่ทำ ผมทำด้วยความสัตย์จริงไม่มีโกหก การที่ผมจะไปบอกสื่อว่าต่อต้านยาเสพติด แต่ผมยังสูบบุหรี่บนเวที กินเหล้าบนเวที ผมทำไม่เป็น ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมโกหกไม่เป็น”

“ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ไม่ดีล้านเปอร์เซ็นต์ แล้วผมไม่มีเจตนาที่จะให้ทุกคนได้ทำตามอย่างผม ชีวิตคนเรานั้นมีทั้งดีและไม่ดี เอาแบบผมในทางที่ดี ถ้าอันไหนที่ผมไม่ดีอย่าไปเอาอย่างผมเป็นอันขาด ผมเป็นอาร์ติสท์ ที่แปลว่าศิลปิน ผมเป็นนักเขียน ผมใช้มันเพราะผมทำงานเพลง ผมใช้มันเพราะผมเอามันอยู่ เอามันอยู่ในที่นี้หมายถึงควบคุมมันได้ แต่คนส่วนใหญ่นั้นคอนโทรลไม่ได้ เกิดบ้าคลั่งหรืออะไรต่างๆ นานา แต่ผมบอกตรงๆ นะอย่าใช้มันเลยดีที่สุดเพราะคนที่ใช้มันแล้วเอามันอยู่คือคนที่มีจิตใจแบบผม ผมไม่สะทกสะท้านและผมไม่กลัวอะไร เพราะฉะนั้นผมเอามันอยู่แน่นอน แต่ผมจะบอกอย่างนี้ว่าต่อไปนี้ผมจะพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ไม่บอกแล้วกันว่าในด้านอะไร แต่ผมจะขอรับผิดชอบในเรื่องเหล่านี้ครับ”

ที่บอกว่าเป็นอาร์ติสท์แล้วยาเสพติดมันเกี่ยวข้องกับศิลปินยังไง?

“อันนี้เรื่องใหญ่ ผมขอกราบ สิ่งนึงที่ผมเป็นนั้น ล่าสุดที่ผมโพสต์ในเฟซบุ๊กถ้าทุกคนได้อ่าน ถ้าแปลภาษาอังกฤษออก ผมบอกว่า ผมจะบอกให้นะ ถ้าทุกคนรักผม ยอมรับผมในสิ่งที่ผมเป็น ผมก็จะเป็นในสิ่งนี้ แต่ผมจะทำมันให้ดีขึ้น แต่ถ้ายอมรับในสิ่งนี้ของผมไม่ได้ ผมก็จะไปอยู่ที่ลอนดอนประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเหมือนบ้านที่สองของผม ถามผมว่าทำไมต้องใช้สิ่งนี้ จอห์น เลนนอน โอเอซิสหรือวงอะไรต่างๆ นานา ต่างก็ใช้สิ่งนี้ แต่ผมบอกและย้ำคำเดิมว่าอย่าไปทดลองเป็นอันขาดเพราะเป็นอันตราย เด็กๆ ไม่ควรทดลอง”

เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะต้องทำการบำบัดหรือว่าไปเลิกยาหรือเปล่า? เจ้าตัวก็เผยว่า….

“เอาเป็นว่าผมจะแก้ไขด้วยตัวผมเอง และอยู่ในการควบคุมดูแลของทางราชการหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายของผมที่เขามาดูแล ผมขออนุญาตกล่าวนามของท่านพันตำรวจเอก ประสพโชค พร้อมมูล ซึ่งเป็นรองผู้บัญชาการกองปราบ ผมเชื่อว่าหลายท่านเป็นห่วงเป็นใยในตัวผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ชายผมที่ท่านไม่ได้มาดูแลผม ผมขออนุญาตกล่าวนามท่านพี่ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ผมต้องกราบขอบคุณพี่มาก ผมเชื่อเหลือเกินว่าพี่ก็ยังติดตามผมอยู่ นั่นก็คือพี่ทักษิณ ชินวัตร ผมขออนุญาตกล่าวนามพี่ด้วยนะครับ”

“ผมพูดอย่างนี้เพราะอะไร ผมเป็นชายชาติทหาร ผมทำผิดผมยอมรับผิดและผมยินดีที่จะแก้ไข...เอาอย่างนี้ดีกว่านะครับ ผมสามารถแลกด้วยชีวิตเพื่อให้ทุกสิ่งทุกอย่างมันดีขึ้น ประเทศนี้ดีขึ้นโดยพื้นฐานของความรัก ความเมตตาและความสงบสุข ทุกท่านคงได้เห็นผมแล้วไม่ว่าจะออกไปทำงานช่วยประชาชน แจกของอะไรต่างๆ ลูกน้องของผมก็ขนไปกันหมด บ้านผมน้ำท่วมผมก็ไปแจกของแจกอะไรกันไป และผมทำอย่างนี้มาตั้งแต่ผมเริ่มเข้าวงการใหม่ๆ”

เจ้าตัวเผยรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงขึ้นร้องไห้

“ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกเสียใจ หรือไม่รู้สึกผิด ผมรู้สึกเสียใจ ผมเป็นลูกผู้ชาย ผมร้องไห้อยู่ ผมกลัวว่าน้องๆ จะไปเลียนแบบเอาเป็นแบบอย่าง แต่ที่ผมแคร์ความรู้สึกมากที่สุดนั่นก็คือลูกของผมทั้ง 3 คน น้องเสือ น้องกวาง แล้วก็น้องลอนดอน ภรรยาผมนั่นคงจะเป็นอีกเรื่องนึง รวมไปถึงคุณแม่ผมด้วย ตอนนี้ท่านก็ได้ย้ายมาอยู่กับผมแล้ว นั่นก็เป็นการคอนเฟิร์มว่าแม่ของผมไม่สบายไม่เป็นความจริง และสิ่งที่ผมได้มา ผมจะบอกให้สิ่งที่ทำให้ผมแข็งแรงคือแม่ของผมเพราะท่านเป็นคนที่จิตใจแข็งแรงมาก”

“เรื่องนี้มีหลายคนเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมได้บอกไปแล้วว่าอย่ามาเกี่ยวข้องกับครอบครัวกู เพราะว่ากูรักของกูนะจะบอกให้ ผมจริงใจ ผมเป็นนักเลง ผมเป็นนักร้อง ผมเป็นนักรักหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมจริงใจกับทุกคน ผมถือว่าทุกคนเป็นพี่น้องกันหมด ผมทำได้หมดเพื่อทุกคน เรื่องของครอบครัวผม ผมจัดการได้ ชีวิตของคนสองคน ความรักระหว่างคนสองคน เอาเป็นว่าผมยอมรับผิดว่าที่ผ่านมาผมมีเมียมีสาวๆ มากมายต่างนาๆ แต่ผมโกหกไม่เป็น เวลาผมมีผมก็เล่าให้เมียผมฟังหมด ซึ่งเมียผมก็จับได้ ผมเป็นคนรักใครผมก็รักจริงนะ อันนี้ผมยอมรับผิดแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์”

เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างอดีตภรรยากับเสกเกิดขึ้นเพราะความเจ้าชู้?...“เอาเป็นว่าผมยอมรับผิดในเรื่องนั้น แต่ผมจะยอมเป็นสุภาพบุรุษบอกว่าผมรักเขา และผมยอมไม่กล่าวโทษโกรธแค้นอะไรเขา แม้กระทั้งที่เขาทำอย่างนั้นกับผม ผมถือว่าในช่วงที่เขาโมโหเขาก็ทำอย่างนั้นได้ เพราะฉะนั้นผมไม่ว่าอะไรเดี๋ยวผมจะเอาเขามาดูแลเอง”

ยอมรับกับกานต์อดีตภรรยามีการทำร้ายร่างกายกันจริง ถึงขั้นเลือดตกยางออกมาแล้ว

“มีอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ ตอบแล้วเลิกถามเลยนะ แม้กระทั่งเขาเอาแก้วที่บาดมาข่วนผมเลือดอาบไหลเต็มตัวก็ยังเคยมี แต่อันนี้ผมไม่ได้บอกใคร ผมมีพยานนะ ไม่ว่าจะเป็นพี่จอร์จ พี่หนุ่ย อำพล ลำพูน พี่บิลลี่ โอแกน อยู่ด้วยกันหมด จะบอกให้ ฉะนั้นเลิกถามผมเรื่องนี้ ผมยอมรับว่ามีทำครับ ผมก็ต้องมาปรับความเข้าใจกับเขาให้เขาเข้าใจ ให้เขาเชื่อมั่นว่าผมรักเขาและผมรักครอบครัวเขา แต่สิ่งนึงที่เขาต้องทำก็คือรักครอบครัวผมด้วย ต้องรักแม่ผมด้วย พอคุณมีเมียแล้วเมียไม่รักแม่คุณแล้วคุณจะรักมันลงเปล่าวะ เพราะฉะนั้นต้องรักแม่ผม ต้องรักครอบครัวผมให้เหมือนกับที่ผมรักและดูแลพี่น้องคุณเพราะนั่นคือชีวิต ถ้าคุณทำอย่างนั้นไม่ได้ เราก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน”

“จริงๆ แล้วที่ผมทำไม่ว่าจะเป็นการเซ็นใบหย่าหรือทำอะไรต่างๆ เพราะความต้องการของเขา ไม่เชื่อคุณลองไปถามเขตสายไหมหรือเขตไหนก็ได้ ผมไปทำอยู่ตั้ง 2-3 ที่สุดท้ายเขาก็ไม่ยอมหย่า ผมก็ยื้อเอาไว้ว่าอย่าไปหย่าเลย พ่อแม่เองเขาก็ไม่อยากให้ผมหย่า อยู่มาวันนึงเขาต้องการอีกแล้ว นี่ก็เป็นครั้งที่ 3 แล้วผมก็ต้องทำ เพื่อความต้องการของเขา ถามพี่บูลย์(ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม) ได้ก่อนจะหย่า ผมนอนอยู่ในห้องสัปหงก ตื่นขึ้นมาผมก็โทร.หาพี่บูลย์ว่าผมมีเรื่องใหญ่อยากจะปรึกษา พี่บูลย์ผมจะหย่า แกก็ตอบกลับว่าเดี๋ยวค่อยคุย ผมก็บอกว่าขอคุยกับพี่หน่อยได้มั้ย พี่บูลย์บอกว่าพี่กำลังจะบินกลับเดี๋ยวค่อยคุยกันเพราะว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ก็ไม่เป็นไร”

เจ้าตัวเผยถึงจะมีข่าวฉาวระดับประเทศแต่ก็ยังมีงานต่อเนื่อง พร้อมกับลาก “แหม่ม คัทลียา” มาเปรียบเทียบว่าตนคงจะโกหกว่าเพิ่งจะรู้ว่าท้อง 5 เดือนไม่เป็นเพราะตนเองแมนจริงใจไม่โกหก

“ผมมีแฟนคลับอยู่ตลอดเวลา ผมมีงานคอนเสิร์ตอยู่ตลอดเวลา เพราะผมเชื่อว่าประชาชนเขาเข้าใจผม เขารักผมถึงแม้ว่าผมจะผิด เอาอย่างนี้น้องแหม่ม คัทลียา เขาเป็นเพื่อนผม เป็นน้องที่รู้จักกัน เป็นเพื่อนที่รู้จักกันกับศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าสมมติว่าเขาบอกว่าเป็นแบบนี้แล้วมาออก เพิ่งรู้ว่าท้องได้ 5 เดือน กูทำไม่เป็นหรอกไอ้เหี้ยจะบอกให้ เข้าใจมั้ยว่าผมเป็นคนจริงๆ เข้าใจมั้ยว่าผมโกหกไม่เป็น อันนี้ขอโทษด้วยที่พูดถึงน้องแหม่มเรื่องนั้น ผมหมายถึงว่าผมเป็นคนจริงๆ และผมก็มีงานตลอดเวลา เพราะประชาชนเข้าใจว่าผมไม่โกหกเขาอยู่แล้ว ผมยอมรับและผมจะแก้ไข มันก็เป็นเช่นนั้นเอง”

ขอบคุณข่าวแซ่บจากผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น